หากคุณผู้อ่านกำลังตัดสินใจจะมาใช้ชีวิตในประเทศแถบยุโรป เราแนะนำให้มาอยู่นอร์เวย์ เพราะไม่เพียงแต่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเพราะมีสวัสดิการที่ดีแถมค่าเงินก็ดีด้วย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของแต่ละคน ว่าจะมาอยู่นี้เพื่ออะไร อย่างเราแต่งงานมาอยู่นี้ทั้งที่ไม่เคยคิดเลยว่าจะมา มีแต่ดิ้นรนจะไปอเมริกาและไปอยู่มาแล้ว 4 ครั้งแต่มันก็ไม่ใช่ชะตาของเรา มันคงขึ้นอยู่กับเราจะเจอคู่ชีวิตของเราอย่างไร และดีเพียงไร และเข้ากันได้มากแค่ไหน เพื่อนบางคนมาอยู่นี้ตั้งแต่เรียนต่อโทจนจบมีงานทำซึ่งมีหน้าที่การงานที่ดีมาก (จบโท วิศวะคอม ได้เงินต่อเดือนก่อนหักภาษีเกือบๆ 40,000 kr) บางคนเป็นออร์แพร รายได้ประมาณ 5,000 kr/mth เราจึงอยากให้คุณลองอ่านเรื่องราวที่เรากำลังจะเล่านี้ละกัน เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลเพื่อใช้ประกอบในการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณคะ
- เรามาอยู่ที่นี้ด้วยวีซ่าติดตามครอบครัว สามีเป็นฝรั่งตาน้ำข้าว หรือ พี่หมีขาวนั่นเอง เดินทางมานี้ตั้งแต่ปี 2555 ถึงปัจจุบันก็ 1 ปี กับ 6 เดือน ทำงาน 2 งาน
- มาอยู่ได้ 3 เดือนยังไม่ได้ภาษาแต่ก็ดิ้นรนหางานทำ ใช้วิธีหางานด้วยการส่งอีเมลล์ไปตามโรงแรมต่างๆทั่วเมืองออสโล โดยดูจากโรงแรมไหนอยู่ใกล้บ้าน และ หาโรงแรมดังๆที่มีโฆษณาในกูเกิ้ล แค่ search คำว่า hotel oslo ชื่อโรงแรมต่างๆก็ขึ้นมาเพียบจริงไหมละ ส่วนเพื่อนบางคนก็ใช้วิธียื่นResumeตามโรงแรมในเมือง กว่าเขาจะติดต่อกลับมาก็ผ่านไปเกือบ 3 อาทิตย์ ของเพื่อนแค่ 3 วัน แล้วแต่ดวงจริงๆ
- รายได้ อัตราขั้นต่ำของค่าแรง 161 kr/hr สำหรับพนักงานบริษัทในเมือง ส่วนเราพนักงานทำความสะอาดโรงแรม โดยที่ทำงานใช้ภาษาอังกฤษสื่อสาร แต่บางครั้งก็ต้องคุยกับลูกค้าเป็นภาษานอร์เวย์(นอร์ช) อัตราค่าจ้างเริ่มต้นเมื่อปี 2555 144.08 kr/hr ปี 2556 ปรับเป็น 147.42 kr/hr คาดว่ากลางปีก็จะปรับขึ้นอีก ทำงานวันละ 7 ชั่วโมง วันหนึ่งจะมีรายได้ก่อนหักภาษี 1,031.94 kr อยากรู้ว่าเป็นเงินบาทเท่าไรก็ลองคูณนะจ๊ะ เดือนหนึ่งจะได้ทำประมาณ 10-14วัน แล้วแต่ว่าจะมีลูกค้ามากน้อยขนาดไหน
- รายได้สิ้นปีก่อนหักภาษี 197,860 kr เยอะกว่าทำที่ไทยไหมละ แต่โดนหักภาษีไปตั้ง 45,354 kr ภาษีที่นี้โหดมากๆ แต่ในเดือนมิ.ย.ปีถัดไป หากเราจ่ายภาษีมากเกินกว่าที่เขากำหนดไว้เราก็จะได้ภาษีคืน ยังไม่พอจะได้เงินพักร้อน (Feriepenger) เป็นเงินที่โรงแรมเขาเก็บไว้ให้เราเพื่อเอาไปพักร้อนและเราจะได้หยุด 5 อาทิตย์ ทั้งนี้เงินนี้มาตรฐานประมาณ 12% ของรายได้ก่อนหักภาษี ก็คาดว่าจะได้เงินอีก 23,743.20 kr ว่าจะเก็บไว้เป็นทุนไว้เปิดร้านอาหาร ค่อยๆเก็บหอมรอมริบไป
- มีหนึ้ที่ไทยกว่าแสนบาท ตอนนี้ปลดหนี้ไปแล้วหกหมื่นกว่า เหลืออีกสามหมื่นกว่า ฉะนั้นคุณผู้อ่านกรุณาอย่าส่งข้อความมาถามเรื่องยืมเงินนะจ๊ะ เรามีคติว่าหากคุณทำงานคุณก็มีเงินใช้ กรุณาทำมาหากินจะได้ไม่ไปเดือดร้อนใครจ้า รับแต่ตอบคำถามเรื่องทั่วไปจ้า
- อยู่ไทยรูดแต่บัตรเครดิต แม้จะมีเงินเดือนเกือบ18,000 บาทต่อเดือนไม่รวมโบนัส ยังไม่มีเงินส่งเงินให้ทางบ้านเลย ผ่อนได้แต่รถของตัวเอง ส่วนตอนนี้อยู่นี่ส่งให้ทางบ้านเดือนละห้าพันบาทได้สบายๆ
- รายจ่ายที่นี้ ค่าบ้านเช่า 15,000 kr รวมน้ำไฟ อยู่เป็นอพาร์ทเม้นต์ 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ มีห้องครัว ห้องนั่งเล่น Build-in ใหม่ทุกอย่าง ขนาด 82 ตร.ม. (สามีเป็นคนจ่าย) นอกนั้นเราจ่ายเองทุกอย่าง ฝรั่งที่นี้ส่วนใหญ่ช่วยกันจ่ายคะ มีส่วนน้อยหรือน้อยมากๆที่สามีจะออกให้ทุกอย่างเพราะเมียอยู่บ้านไม่ได้ทำงาน ค่าอาหารประมาณ 6,000 kr รวมกินข้าวนอกบ้าน 2 ครั้งต่อเดือน ค่าเดินทาง 630 kr เป็นตั๋วขึ้นรถไฟฟ้าและรถบัสรายเดือน ค่าเสื้อผ้า 500 - 1,000 kr ต่อเดือน เราซื้อแต่ของที่ลดราคาไม่แพงมาก เช่น แบรนด์ H&M, Cubus, Gina tricot,Only , Bikbok, Dinsko, etc แบรนด์พวกนี้ราคาไม่แพง 50 kr ก็ซื้อเสื้อได้แล้ว นานครั้งจะซื้อ Mango, Zara เช่น พวกเสื้อกันหนาว แบรนด์ในดวงใจราคาค่อนข้างปานกลางถึงแพง ค่าของแต่งบ้าน ซื้อที่ IKEA เฉลี่ยนเดือนละ 500 kr อยู่นี้ถ้าไม่ไปอีเกียถือว่ามาไม่ถึงคะ เข้าไปในร้านตั้งใจว่าจะไปซื้อแค่สองอย่าง แต่พอกลับมาได้เกือบสิบกว่าชิ้นตลอด เพราะมีของล่อตาล่อใจเยอะมาก ล่าสุดหมดไปเกือบ 5,000 kr
-
ล่าสุดมาอัพเดทชีวิต ปี 2559 ค่ะ ตอนนี้ทำ 3 งาน งานทำความสะอาดยังทำอยู่ แต่ทำน้อยลงทำแค่เสาร์และอาทิตย์เดือนละ 4 วัน ตำแหน่งการงานดีขึ้นได้เลื่อนขั้นเมื่อปี 2558 เป็นตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ ช่วยจัดตารางพนักงานทำความสะอาดเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ จะได้เงินต่อชั่วโมง 161.03 โคน ส่วนวันปกติทำงานออฟฟิตตำแหน่งผู้ช่วยเลขาทนาย รายได้ต่อชั่วโมง 170 โคน ทำ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถือว่าเป็นใบเบิกทางที่ดีมากๆเลยทีเดียว เพราะได้ใช้ภาษานอร์เวย์และทักษะที่เคยเรียนมา ไม่ทำงานหนักมาก ชีวิตเราต้องสู้ต่อไป เพราะยังไม่ได้งานประจำ ที่นี้ต้องพูดภาษานอร์เวย์ให้คล่อง มีความสามารถรอบตัว สื่อสารชัดเจน มีความมั่นใจ และที่สำคัญต้องพอมีเส้นมีสายรู้จักใครในบริษัทบ้าง ก็จะทำให้ได้บรรจุเร็วขึ้น นี่พูดเลยระบบเส้นก็สำคัญในการหางานเหมือนกัน แต่ก็อย่าเพิ่งน้อยใจไป ถ้าเราเก่งจริงหัวหน้าก็จะเห็นความสารถของเรา อย่ายอมแพ้ในโชคชะตานะคะ