บทความที่ได้รับความนิยม

วันศุกร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2557

หางานในนอร์เวย์ รายได้และรายจ่ายเมื่อใช้ชีวิตที่นี้


             หากคุณผู้อ่านกำลังตัดสินใจจะมาใช้ชีวิตในประเทศแถบยุโรป เราแนะนำให้มาอยู่นอร์เวย์ เพราะไม่เพียงแต่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเพราะมีสวัสดิการที่ดีแถมค่าเงินก็ดีด้วย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของแต่ละคน ว่าจะมาอยู่นี้เพื่ออะไร อย่างเราแต่งงานมาอยู่นี้ทั้งที่ไม่เคยคิดเลยว่าจะมา มีแต่ดิ้นรนจะไปอเมริกาและไปอยู่มาแล้ว 4 ครั้งแต่มันก็ไม่ใช่ชะตาของเรา มันคงขึ้นอยู่กับเราจะเจอคู่ชีวิตของเราอย่างไร และดีเพียงไร และเข้ากันได้มากแค่ไหน  เพื่อนบางคนมาอยู่นี้ตั้งแต่เรียนต่อโทจนจบมีงานทำซึ่งมีหน้าที่การงานที่ดีมาก (จบโท วิศวะคอม ได้เงินต่อเดือนก่อนหักภาษีเกือบๆ 40,000 kr)  บางคนเป็นออร์แพร รายได้ประมาณ 5,000 kr/mth  เราจึงอยากให้คุณลองอ่านเรื่องราวที่เรากำลังจะเล่านี้ละกัน เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลเพื่อใช้ประกอบในการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณคะ

  • เรามาอยู่ที่นี้ด้วยวีซ่าติดตามครอบครัว สามีเป็นฝรั่งตาน้ำข้าว หรือ พี่หมีขาวนั่นเอง เดินทางมานี้ตั้งแต่ปี 2555 ถึงปัจจุบันก็ 1 ปี กับ 6 เดือน ทำงาน 2 งาน
  • มาอยู่ได้ 3 เดือนยังไม่ได้ภาษาแต่ก็ดิ้นรนหางานทำ ใช้วิธีหางานด้วยการส่งอีเมลล์ไปตามโรงแรมต่างๆทั่วเมืองออสโล โดยดูจากโรงแรมไหนอยู่ใกล้บ้าน และ หาโรงแรมดังๆที่มีโฆษณาในกูเกิ้ล แค่ search คำว่า hotel oslo ชื่อโรงแรมต่างๆก็ขึ้นมาเพียบจริงไหมละ  ส่วนเพื่อนบางคนก็ใช้วิธียื่นResumeตามโรงแรมในเมือง  กว่าเขาจะติดต่อกลับมาก็ผ่านไปเกือบ 3 อาทิตย์ ของเพื่อนแค่ 3 วัน แล้วแต่ดวงจริงๆ 
  • รายได้  อัตราขั้นต่ำของค่าแรง 161 kr/hr สำหรับพนักงานบริษัทในเมือง  ส่วนเราพนักงานทำความสะอาดโรงแรม โดยที่ทำงานใช้ภาษาอังกฤษสื่อสาร แต่บางครั้งก็ต้องคุยกับลูกค้าเป็นภาษานอร์เวย์(นอร์ช) อัตราค่าจ้างเริ่มต้นเมื่อปี 2555 144.08 kr/hr  ปี 2556 ปรับเป็น 147.42 kr/hr คาดว่ากลางปีก็จะปรับขึ้นอีก  ทำงานวันละ 7 ชั่วโมง วันหนึ่งจะมีรายได้ก่อนหักภาษี 1,031.94 kr อยากรู้ว่าเป็นเงินบาทเท่าไรก็ลองคูณนะจ๊ะ เดือนหนึ่งจะได้ทำประมาณ 10-14วัน แล้วแต่ว่าจะมีลูกค้ามากน้อยขนาดไหน
  • รายได้สิ้นปีก่อนหักภาษี 197,860 kr เยอะกว่าทำที่ไทยไหมละ  แต่โดนหักภาษีไปตั้ง 45,354 kr ภาษีที่นี้โหดมากๆ แต่ในเดือนมิ.ย.ปีถัดไป หากเราจ่ายภาษีมากเกินกว่าที่เขากำหนดไว้เราก็จะได้ภาษีคืน ยังไม่พอจะได้เงินพักร้อน (Feriepenger) เป็นเงินที่โรงแรมเขาเก็บไว้ให้เราเพื่อเอาไปพักร้อนและเราจะได้หยุด 5 อาทิตย์ ทั้งนี้เงินนี้มาตรฐานประมาณ 12% ของรายได้ก่อนหักภาษี ก็คาดว่าจะได้เงินอีก 23,743.20 kr ว่าจะเก็บไว้เป็นทุนไว้เปิดร้านอาหาร ค่อยๆเก็บหอมรอมริบไป
  • มีหนึ้ที่ไทยกว่าแสนบาท ตอนนี้ปลดหนี้ไปแล้วหกหมื่นกว่า เหลืออีกสามหมื่นกว่า ฉะนั้นคุณผู้อ่านกรุณาอย่าส่งข้อความมาถามเรื่องยืมเงินนะจ๊ะ เรามีคติว่าหากคุณทำงานคุณก็มีเงินใช้ กรุณาทำมาหากินจะได้ไม่ไปเดือดร้อนใครจ้า  รับแต่ตอบคำถามเรื่องทั่วไปจ้า
  • อยู่ไทยรูดแต่บัตรเครดิต แม้จะมีเงินเดือนเกือบ18,000 บาทต่อเดือนไม่รวมโบนัส ยังไม่มีเงินส่งเงินให้ทางบ้านเลย ผ่อนได้แต่รถของตัวเอง  ส่วนตอนนี้อยู่นี่ส่งให้ทางบ้านเดือนละห้าพันบาทได้สบายๆ
  • รายจ่ายที่นี้   ค่าบ้านเช่า 15,000 kr รวมน้ำไฟ  อยู่เป็นอพาร์ทเม้นต์ 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ มีห้องครัว ห้องนั่งเล่น Build-in ใหม่ทุกอย่าง ขนาด 82 ตร.ม. (สามีเป็นคนจ่าย) นอกนั้นเราจ่ายเองทุกอย่าง ฝรั่งที่นี้ส่วนใหญ่ช่วยกันจ่ายคะ มีส่วนน้อยหรือน้อยมากๆที่สามีจะออกให้ทุกอย่างเพราะเมียอยู่บ้านไม่ได้ทำงาน ค่าอาหารประมาณ 6,000 kr รวมกินข้าวนอกบ้าน 2 ครั้งต่อเดือน  ค่าเดินทาง 630 kr เป็นตั๋วขึ้นรถไฟฟ้าและรถบัสรายเดือน  ค่าเสื้อผ้า  500  - 1,000 kr ต่อเดือน เราซื้อแต่ของที่ลดราคาไม่แพงมาก เช่น แบรนด์ H&M, Cubus, Gina tricot,Only , Bikbok, Dinsko, etc  แบรนด์พวกนี้ราคาไม่แพง 50 kr ก็ซื้อเสื้อได้แล้ว นานครั้งจะซื้อ Mango, Zara เช่น พวกเสื้อกันหนาว แบรนด์ในดวงใจราคาค่อนข้างปานกลางถึงแพง    ค่าของแต่งบ้าน ซื้อที่ IKEA เฉลี่ยนเดือนละ 500 kr   อยู่นี้ถ้าไม่ไปอีเกียถือว่ามาไม่ถึงคะ  เข้าไปในร้านตั้งใจว่าจะไปซื้อแค่สองอย่าง แต่พอกลับมาได้เกือบสิบกว่าชิ้นตลอด เพราะมีของล่อตาล่อใจเยอะมาก ล่าสุดหมดไปเกือบ 5,000 kr    
           ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของตัวเองที่มีอยู่แล้ว และความพยายามในการหางานและทำงาน เพราะเราเรียนจบป.ตรีและเรียนต่อโทแต่ตั้งมาทำความสะอาด บางครั้งมันก็อึดอัดเพราะไม่ได้ใช้วุฒิและความสามารถที่เราเรียนมา แต่พอได้เงินเดือนก็มีกำลังใจขึ้นมา มันเป็นแค่ใบเบิกทาง ตั้งสู้และตั้งใจทำอะไรก็สำเร็จ ตอนนี้กำลังจะได้เลื่อนขั้นมาเป็นผู้ช่วยจัดตารางและดูแลพนักงานวันเสาร์และอาทิตย์หากเขาขาดคน มันเป็นความภาคภูมิใจเล็กๆที่อย่างน้อยคนไทยคนนี้พยายามทำงานเต็มที่จนเขาเห็นศักยภาพ หากคุณไม่ท้อแต่อุปสรรค สักวันคุณก็จะมีสิ่งที่คุณต้องการเช่นกัน  ส่วนเราอยากมีร้านอาหารของตัวเองที่นี้โดยใช้ความรู้ที่ได้เรียนมาทำการตลาดและทำให้มันเป็นแบรนด์ที่เกิดจากคนไทย ^_^
    ล่าสุดมาอัพเดทชีวิต ปี 2559 ค่ะ ตอนนี้ทำ 3 งาน งานทำความสะอาดยังทำอยู่ แต่ทำน้อยลงทำแค่เสาร์และอาทิตย์เดือนละ 4 วัน ตำแหน่งการงานดีขึ้นได้เลื่อนขั้นเมื่อปี 2558 เป็นตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ ช่วยจัดตารางพนักงานทำความสะอาดเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ จะได้เงินต่อชั่วโมง 161.03 โคน ส่วนวันปกติทำงานออฟฟิตตำแหน่งผู้ช่วยเลขาทนาย รายได้ต่อชั่วโมง 170 โคน ทำ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถือว่าเป็นใบเบิกทางที่ดีมากๆเลยทีเดียว เพราะได้ใช้ภาษานอร์เวย์และทักษะที่เคยเรียนมา ไม่ทำงานหนักมาก ชีวิตเราต้องสู้ต่อไป เพราะยังไม่ได้งานประจำ ที่นี้ต้องพูดภาษานอร์เวย์ให้คล่อง มีความสามารถรอบตัว สื่อสารชัดเจน มีความมั่นใจ และที่สำคัญต้องพอมีเส้นมีสายรู้จักใครในบริษัทบ้าง ก็จะทำให้ได้บรรจุเร็วขึ้น นี่พูดเลยระบบเส้นก็สำคัญในการหางานเหมือนกัน แต่ก็อย่าเพิ่งน้อยใจไป ถ้าเราเก่งจริงหัวหน้าก็จะเห็นความสารถของเรา อย่ายอมแพ้ในโชคชะตานะคะ

วันศุกร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2557

ปีใหม่ อยากได้หุ่นใหม่ เลยต้องเริ่ม "ลดน้ำหนักด้วยตัวเอง"

ปีใหม่ อยากได้หุ่นใหม่ เลยต้องเริ่ม "ลดน้ำหนักด้วยตัวเอง"


      ห่างหายไปนานกับการเขียนเบล็อก เพราะมัวแต่ทำงานเก็บเงินใช้หนี้ 555 ตอนนี้มีแรงบันลาดใจมาเขียนหัวข้อใหม่ โดยที่หัวข้อเก่าที่ว่าจะเขียนเรื่องการขอวีซ่านอร์เวย์ ก็ยังไม่ได้เขียน ไว้จะแป๊ะลิงค์ของคนอื่นที่ทำไว้ก็แล้วกัน  555 ง่ายกว่า เข้าเรื่องดีกว่า ลดน้ำหนัก ใครๆก็อยากสวย ผอม หุ่นดีใช่ป่ะ เพราะเราเห็นสื่อทีวีโชว์ ดารารูปร่างดี เห็นแล้วมันอยากระเบิดไขมันตัวเอง ณ บัดนาว จึงเริ่มปฎิบัติการหลังจากกินดีอยู่ดีในช่วงคริสมาสที่ผ่านมาน้ำหนักขึ้นไปถึง 70 kg  (ก่อนแต่งงาน 58 kg เมื่อ 3 ปีที่แล้ว) โอ้ว มาย กอด!!!  ส่วนคุณสามี 114 kg (ก่อนแต่งงาน 92 kg เมื่อ 3 ปีที่แล้ว) เรากับคุณสามีจึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนลุ๊คตัวเองใหม่ เพราะไม่อยากใส่เสื้อไซด์ที่ใหญ่ไปกว่านี้ ที่จริงถ้าซื้อใหม่มันเปลือง ฮ่าๆ  เราตั้งใจจะลดแบบไม่หักโหม มีอะไรก็กิน เพราะตอนกลางวันเราทำงานที่โรงแรมเลี้ยงอาหารแบบบุปเฟ่ต์ มีอะไรก็ต้องกินเพราะเขาหักเงินวันละเกือบ 27 kr (ประมาณ 140 บาทต่อวัน) ต้องกินให้คุ้ม อิอิ

วันแรก 2/1/14  เริ่มต้นด้วย   
  • เช้า                กาแฟดำ 2 ช้อน + สารให้ความหวานแทนน้ำตาล 1 เม็ด
  • กลางวัน        สลัดผัก ใส่มาโยเนสนิดหน่อย  และขนมปังใส่แยมราสเบอร์รี่ (ที่โรงแรมเลี้ยงอาหารแบบบุปเฟ่ต์ เสริฟเนื้อแกะเราไม่กิน)                 
  • เย็น               แกงอ่อมเมือง และหอยแคลง แซ่บเว่อร์ อร่อยปากลำบาก.... 

วันที่สอง  3/1/14  

  • เช้า                  กาแฟดำ 2 ช้อน + สารให้ความหวานแทนน้ำตาล 1 เม็ด
  • กลางวัน          สลัดผัก ใส่มาโยเนสนิดหน่อย  และซอสเนื้อจากสปาเก็ตตี้โบลองเนส                 
  • เย็น                 สลัดผักและแฮมเบอเกอร์เนื้อวัว 200 g  (ไปช็อปมาจากสวีเดน มีในตู้เย็นเลยเอามาทำ)
            


ส่วนคุณสามีดื่มเช็กแทนอาหารทั้งเช้าและเย็น มาดูกันว่าใครจะผอมก่อนกัน

เมนูของคุณสามี มื้อเช้าและกลางวันจะกินแบบนี้ตลอด  ส่วนตอนเย็นแล้วแต่ว่าเราจะทำอะไรให้กิน ถ้าไม่มีอะไรกินก็จะดื่ม Diet Protein 
  • เช้า     Nutrilett รสช็อกโกแล็ต 1 ซอง ผสมน้ำ 200 g           
  • กลางวัน        สลัดผัก (กินในโรงอาหารที่ทำงาน)
  • เย็น               ไก่ย่างกับเห็ดหอม 
    
     


หากมื้อดึกหิวจะดื่ม Diet Protein ผสมน้ำหนึ่งแก้ว



จะทำอย่างนี้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ อาหารเย็นแล้วแต่ที่มี โดยจะลดการกินแป้งและน้ำตาลให้มากที่สุด และตอนนี้รอเงินเดือนออก คุณสามีจะซื้อดัมเบลล์ยกน้ำหนักและแสตนไว้เล่นที่บ้าน ส่วนเราซื้อเกมส์ Fitness สำหรับ PS3 มาแล้ว ไว้จะลองเล่น 30 นาทีต่อวัน แล้วจะมารายงานน้ำหนักในบล็อกต่อไปจ้า ส่วนรูปตัวเราเองยังไม่ขอลง ไว้ถ้าลดลองแล้วจะทำรูป Before and after มาให้ดูจ้า
 
  เวลาผ่านเลยไป ตอนนี้ปี 2559 กลับมาดูโพสนี้ สรุปน้ำหนักขึ้นๆลงๆ ลงไปสุดที่ 63 และตอนนี้ 06/02/2016 กลับมาเท่าเดิมที่ 69 กิโล สามีก็เกือบเช่นกัน ต้องหาแรงบันดาลใจต่อไปอีกแล้ว